หลังจากที่ได้ลองใช้บริการโฆษณาบนเว็บ Social Networks อย่าง Facebook มาสักระยะหนึ่งแล้ว ก็รู้สึกว่าต่อไปจะต้องไปรับความนิยมในหมู่นักการตลาดชาวไทยอย่างแน่นอน เพราะนอกจากความง่ายของระบบการลงโฆษณาด้วยตัวเองที่ง่ายกว่า Google Adwords เป็นอย่างมากแล้ว การที่ผู้ลงโฆษณาสามารถเลือกกลุ่มผู้ที่จะได้เห็นโฆษณาได้ในหลายรูปแบบนั้น มันทำให้การวัดความคุ้มค่า (ROI) สามารถทำได้ชัดเจนมากยิ่งกว่ารูปแบบการโฆษณาที่แสดงจากผลการค้นหาเพียงอย่างเดียว ซึ่งจริงๆแล้วโฆษณาบน Facebook เองก็สามารถระบุ keyword ได้เหมือนกันแต่จะต่างกับ Adwords พอสมควร .. เอาละๆ ฟีเจอร์เด็ดๆมีอะไรบ้าง ผมจะลองมารีวิวให้ดู

Untitled-1

ในเรื่องการออกแบบโฆษณาถือว่าทำได้ดีเพราะใช้งานง่าย ดูแล้วไม่ซับซ้อน จริงๆแล้วในส่วนนี้ก็คล้ายกับหน้าสร้างโฆษณา Google Adwords เหมือนกัน ใช้งานง่ายพอกัน ต่างตรงที่ Adwords จะง่ายแค่ตรงนี้แหละ ที่เหลือจะค่อน้างซับซ้อน ฮ่าๆ

Facebook Ad

ถัดมาคือการกำหนด Target ว่าจะให้โฆษณาถูกแสดงกับใครบ้าง ตรงนี้แหละหมัดเด็ด Facebook Ads เขาล่ะ มันมีอะไรบ้างมาดูกันเป็นข้อๆเลย

  1. สามารถระบุสถานที่ได้ว่าจะให้โฆษณาแสดงกับคนที่มาจากประเทศไหน อันนี้เฉยๆชิมิ Google Adwords ก็ทำได้
  2. เลือกกลุ่มอายุของกลุ่มเป้าหมายได้อีก .. น่ะเริ่มจะมีความแตกต่างแล้ว ถ้าสินค้าของเราจับกลุ่มวัยทองก็ซัดไปเลยครับ 60up คุณเลือกได้ เยี่ยมไปเลยใช่ม้า
  3. อันต่อมานี่ผมว่าเด็ด คือเราสามารถเซ็ทได้ว่าจะให้โฆษณาถูกแสดงเฉพาะกับผู้ที่เกิดในวันนั้นๆ .. อันนี้เยี่ยมมากๆ ทำ CRM เสริมสร้างความสัมพันธ์ได้ใจมากเลยนะเนี่ย
  4. เลือกเพศ ..อะนะ ต่อไปอาจจะมีให้เลือกครบเลยก็ได้ ชะนี เก้ง กวาง ฯลฯ
  5. Keywords ก็ใส่ keyword ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของเราลงไป เป็นการเจาะกลุ่มให้ชัดเจนลงไปอีกว่านอกจากจะได้กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการแล้วเเหล่านั้นยังมีความสนใจเฉพาะทางนั้นๆโดยจับคู่คำเอาจาก keyword ที่ผู้ใช้งานของ Facebook ได้ระบุไว้บน Profile ของตัวเอง
  6. ระบุระดับการศึกษา ซึ่งก็เอามาจาก้อมูลบน Profile อีกเหมือนกัน
  7. ระบุชื่อที่ทำงานได้อีก งี้ถ้าอยากจะขึ้นป้ายโฆษณาให้พนักงานในบริษัทใดบริษัทหนึ่งเห็นก็ได้น่ะสิ … แหมงี้น่าจะระบุได้เนอะว่าแบบให้เฉพาะฝ่ายจัดซื้อดูได้อย่างเดียว 555
  8. อีกเรื่องเทพๆก็คือคุณสามารถโฆษณาตรงไปยังคนโสดทั่วนครFacebookได้ … ไม่อยากจะนึกเลย กึ๋ย
  9. นอกจากเลือกเพศได้แล้วก็ยังเลือกความสัมพันธ์ได้อีก อย่างนี้ก็หมายความว่า …. อ้า ถ้าผมเลือกเพศชาย ที่มีความสนใจเรื่องชาย ก็เท่ากับว่าผมสามารถ target กลุ่มชาวเรา เอ้ย กลุ่มชาวสีม่วงได้แล้วละสิ เทพนะเนี่ย เทพม้ากกกก
  10. เลือกภาษาที่ผู้ใช้ Facebook เลือกใช้งานได้..
  11. Connections อันนี้ก็คือในกรณีที่ผู้ลงโฆษณามีการทำ Facebook page, group หรือ application อยู่ด้วยนั้น คุณก็สามารถกำหนดเอาเฉพาะผู้ใช้ที่เป็นสมาชิคอยู่แล้ว หรือผู้ที่ยังไม่ได้เป็นก็ได้ครับ
  12. สุดท้ายก็จะเป็นแถบข้อมูลให้ดูว่า Target group ที่เราเลือกนั้นมีจำนวนทั้งหมดกี่คนที่อยู่ในระบบของ Facebook มีประโยชน์มากในการคำนวน ROI หรือใช้กำหนด Budget

Facebook Ad

ส่วนสุดท้ายก่อนที่จะจบขั้นตอนการสร้างโฆษณาก็สามารถที่จะระบุรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับจำนวนงบประมาณรายวัน หรือว่าจะกำหนดให้โฆษณาแสดงในช่วงเวลาไหน และที่สำคัญคือเราจะเลือกวิธีการคิดเงินค่าโฆษณาแบบไหนครับ ซึ่ง Facebook Ads นั้นมีให้เลือกอยู่ 2 วิธีคือแบบ CPM จ่ายต่อจำนวนโฆษณาถูกแสดง 1000ครั้ง หรือเป็นแบบ CPC เมื่อกดเราจ่าย คือเงินค่าโฆษณาจะถูกตัดก็ต่อเมื่อมีการคลิกที่โฆษณาเกิดขึ้นครับ โดยปรกติแล้วโมเดลแบบ CPM จะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า แต่ CPC ก็จะเด่นที่การการันตีว่าโฆษณาถูกใช้งานจริงๆนะถึงค่อยจ่าย.. อันนี้แล้วแต่จะเลือกครับ ส่วนมากผมว่าถ้าต้องการจะโฆษณาสร้าง awareness ก็ควรจะเลือก CPM ไปเลย..

อีกประการที่ควรจำไว้เกี่ยวกับเรื่องการจ่ายค่าโฆษณา Facebook Ads ก็คือ ทาง Facebook จะบันทึกบัตรเครดิตของเราไว้ในระบบตลอดเวลา และจะตัดบัญชีจากบัตรทุกวันตามการใช้งานจริงแต่ต้องมากกว่า $25 ขึ้นไปนะครับ ถ้าต่ำกว่าก็จะตัดเงินอีกทีเมื่อถึงวันที่เกิน $25 ดังนั้นถ้าคุณไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดองโฆษณา บัตรเครดิตก็จะถูกตัดไปเรื่อยๆ แต่ยังไงก็ไม่เกินจำนวนวงเงินรายวันที่จะใช้หรับโฆษณาที่ได้ถูกระบุเอาไว้นะครับ

By Rittichart S.

——–
update 14 June 2010 – เนื่องจากมีผู้ติดต่อผมเข้ามามากเลยเกี่ยวกับการลงโฆษณาบน Facebook และส่วนมากก็ต้องการให้ผมเสนอราคาค่าบริการให้ ผมขอแจ้งไว้ตรงนี้นะครับว่าตัวผมเองไม่ได้มีอาชีพรับจ้างหรือรับลงโฆษณาบน Facebook ใดๆนะครับ ยังไงถ้าสนใจขอให้ติดต่อไปที่บริษัทที่รับทำตรงนี้โดยตรง หรือลองดูที่ลิ้งนี้ก่อนก็ได้ครับ
http://ads.yellowpages.co.th/facebookads.php


About these ads