Long tail กึ่งสำเร็จรูป

Long tail กึ่งสำเร็จรูป

จริงๆ concept ของ Long tail คุณ Cris Anderson นั้นก็ถูกเผยแพร่มานานพอสมควรแล้วตั้งแต่ปี 2004 นักบริหาร นักการตลาดส่วนใหญ่ก็คงจะเคยได้ยินหรือได้อ่านผ่านหูผ่านตามาบ้าง .. เรื่องของเรื่องคือไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสเสนอแผนธุรกิจให้กับบริษัทหนึ่งซึ่งผมเองก็ได้นำ concept ของ Long tail มาทำโมเดลการหารายได้ (Revenue model) ปรากฏว่าพี่ที่ช่วยรีวิวแผนให้นั้นได้บอกว่าเคยนำconcept Long tail นี้ไปนำเสนอต่อผู้บริหารแล้วโดนท้วงติงมาว่าไอ่หางยาวนี่มันคืออารายยย พอพี่เขาอธิบายไปก็ถูกย้อนกลับมาว่าก็จะมาบอกลองเทลๆให้เข้าใจยากทำไมก็บอกมาสิว่ามันก็คือขายของถูกเน้นขายจำนวนมากและการทำแบบนี้บนออนไลน์ทำให้สามารถขยายไปได้ไม่จำกัด .. จริงๆผมก็ขำอยู่นะในตอนแรก คือที่ว่ามานี่มันก็ใช่นะครับ แต่ก็ไม่ตรงเผงซะทีเดียว แต่ก็ไม่ถือว่าผิดหลักนะ ถือว่าเป็นการมองข้าม concept ของ Long tail แล้ว focus ไปที่การใช้งานจริงซะเลย …

Image file credit : http://itre.cis.upenn.edu/~myl/languagelog/archives/002682.html

รู้สึกเบื่อหน่าย

รู้สึกเบื่อหน่าย

เห็นข้อความบน twitter และ facebook ในช่วงนี้ทั้งจากเพื่อนสนิท เพื่อนไม่สนิท เพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ เพื่อนร่วมงาน และอีกสารพัดที่ผ่านตาเข้ามา บอกได้อย่างนึงว่าทุกๆคนเหมือนจะลืมไปว่าการเหน็บแนมให้เจ็บแสบทำให้ดูเหมือนว่าคนอื่นโง่เซ่อบ้างมงายไม่ลืมหูลืมตา หรือบางทีก็เปรียบเทียบคนให้เป็นควายไปซะฉิบ ข้อความเหล่านี้นั้นมันอาจจะทำให้คนที่คิดเห็นไม่ตรงกันเกิดความเคืองใจขึ้นมาโดยที่ผู้ส่งข้อความเหล่านั้นเองก็อาจจะไม่ได้ตั้งใจ เพียงแต่เขียนขึ้นเพื่อระบายความรู้สึกส่วนบุคคลนั้นออกมา บางครั้งเราก็ลืมไปว่าในจำนวนคนที่เห็นข้อความของเราก็มีเพื่อนสนิท หรือคนที่เรารู้สึกดีๆด้วย แต่เขาเหล่านั้นอาจจะคิดต่างจากเราก็ได้นะ .. สุดท้ายสิ่งที่เราระบายออกมาก็ไม่ได้ทำหน้าที่อะไรเลยนอกจากทำให้ความรู้สึกดีๆต่อกันมันลดลง หรือมากไปกว่านั้นก็ถึงขั้นยั่วยุให้เกิดความรุนแรงขึ้นเลยทีเดียว

มันจำเป็นหรือในสังคมที่เราต้องตาต่อตาฟันต่อฟัน .. เค้าทำได้เราก็ทำได้ ถ้าลูกชายผมเข้าเรียนป.1แล้วมาบอกผมว่าอยากได้iPhone6GSเพราะเพื่อนมีกันหมดผมก็จะบอกเค้าว่าถ้าเพื่อนทุกคนไปโดดตึกตายกันหมดลูกจะต้องไปกระโดดไหม ..

Blog นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากพี่เจิด

โฆษณาบนเฟซบุ๊ก (Facebook Ads)

โฆษณาบนเฟซบุ๊ก (Facebook Ads)

หลังจากที่ได้ลองใช้บริการโฆษณาบนเว็บ Social Networks อย่าง Facebook มาสักระยะหนึ่งแล้ว ก็รู้สึกว่าต่อไปจะต้องไปรับความนิยมในหมู่นักการตลาดชาวไทยอย่างแน่นอน เพราะนอกจากความง่ายของระบบการลงโฆษณาด้วยตัวเองที่ง่ายกว่า Google Adwords เป็นอย่างมากแล้ว การที่ผู้ลงโฆษณาสามารถเลือกกลุ่มผู้ที่จะได้เห็นโฆษณาได้ในหลายรูปแบบนั้น มันทำให้การวัดความคุ้มค่า (ROI) สามารถทำได้ชัดเจนมากยิ่งกว่ารูปแบบการโฆษณาที่แสดงจากผลการค้นหาเพียงอย่างเดียว ซึ่งจริงๆแล้วโฆษณาบน Facebook เองก็สามารถระบุ keyword ได้เหมือนกันแต่จะต่างกับ Adwords พอสมควร .. เอาละๆ ฟีเจอร์เด็ดๆมีอะไรบ้าง ผมจะลองมารีวิวให้ดู

Untitled-1 Read the rest of this entry

เรื่องดีๆที่อยากแชร์

เรื่องดีๆที่อยากแชร์

open24hours1

วันนี้มีโอกาสได้ฟังเพื่อน (@macroart)  มาอบรมให้พนักงานที่บริษัทฟัง.. ต้องขอเ ท้าความเล็กน้อยว่า เคยร่วมงานกับ @macroart มาตั้งแต่ประมาณปี 1998 สมัยที่ทำ Pantip.com กันในยุคแรกๆ..

จริงๆหัวข้ออบรมให้พนักงานวันนี้ก็เป็นเรื่องที่ตัวเองก็ค่อนข้างเข้าใจดีอยู่แล้ว ตอนแรกจึงมิได้ตั้งใจฟังมากนัก แต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่ได้ฟังในวันนี้มันเป็นการมองในเรื่องเดียวกันจากอีกมุมซึ่งก็เป็นประโยชน์ และได้ความรุ้เพิ่มเติมแน่ๆ

กลับมานั่งที่โต๊ะทำงานก็ทำให้หวลคิดถึงประโยคหนึ่งที่เคยเขียนอยู่ที่หน้าแรกของเว็บ Pantip.com เมื่อสมัยก่อนว่า ไม่มีใครรู้ในทุกๆ เรื่อง และเรารู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้มากพอๆ กับเราไม่รู้ในสิ่งที่คนอื่นรู้  .. 

ผมคิดว่าสิ่งที่อยากจะบอกก็คือ ถ้าใจเราเปิดกว้างอยู่เสมอ  แม้สมองเราจะปิด สิ่งดีๆมันก็จะทะลุผ่านกบาลของเราเข้ามาเอง

เจาะจุดแข็ง

เจาะจุดแข็ง

ผมมักจะชอบใจเสมอเมื่อมีโอกาสในการเรียนรู้อะไรใหม่ๆครับ ในช่วงปีที่ผ่านมาทางบริษัทก็ได้จัดอบรมเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเองในหลายๆด้านอยู่บ่อยครั้ง โดยที่มักจะเน้นให้ค้นหาตัวเองจากการประเมินผลในรูปแบบต่างๆเช่น 360องศา หรือการทดสอบต่างๆนาๆ แต่ผลที่ได้ก็มักจะเป็นในแง่ของเข้าใจว่าจุดดีจุดด้อยของตัวเองเป็นอย่างไร และจะต้องทำอย่างไรถึงจะพัฒนาให้มันดีขึ้น ซึ่งผมก็เห็นว่ามันก็ีดีอยู่ แต่รู้สึกว่ามันไม่ใช่อะไรที่ยั่งยืนเลย

จนมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เองที่ทั้งผมและน้องๆในทีมได้แจกหนังสือมาคนละเล่มชื่อว่า “เจาะจุดแข็ง” โดยที่ได้จทย์มาเหมือนกันทุกคนว่า ให้อ่านสามบทแรก แล้วทำแบบทดสอบผ่านอินเตอร์เนต จากนั้นในอาทิตย์ถัดมา ทางบริษัทจะจัด work shop นอกสถานที่และจะใช้ผลจากการทำแบบทดสอบนี้ด้วย สิ่งนี้ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาว่าหนังสือเล่มนี้มันน่าสนใจในแง่ที่ว่า นอกจากอ่านแล้วยังสามารถนำไปทำกิจกรรมต่อยอดได้จริง และที่สำคัญมัน localize เรียบร้อยแล้วคือมีเวอร์ชั่นภาษาไทย ทั้งตัวหนังสือและแบบทดสอบบนเว็บ how cool!

เจาะจุดแข็ง strengths finder Read the rest of this entry

ประสปการณ์สอบ Google Advertising Professional (GAP)

ประสปการณ์สอบ Google Advertising Professional (GAP)

การได้มาทำงานในบริษัทใหญ่ๆก็มีข้อดีหลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือทำให้เราได้ลองทำในสิ่งที่หลากหลายขึ้นกว่าเดิม และการสอบ Google Advertising Professional (GAP) ก็เป็นอีกหนึ่งประสปการณ์ที่ผมได้รับจากการทำงาน ซึ่งจริงๆแล้วผมเองนั้นได้เคี่ยวเข็นฉุดกระชากลากถูน้องๆในแผนกที่ดูแลรับผิดชอบ Adwords ให้ลองไปสอบดู จะกลัวอะไร บริษัทก็ออกค่าสอบให้ แล้วตัวเองก็ได้ความรู้อีกด้วย … น้องเขาคงงานยุ่งมาก -_-’ จนไม่ไปสอบสักที สุดท้ายเลยตัดสินใจลงสนามเองก็ได้ฟะ เผื่อเราสอบผ่านจะได้มีpowerไปบอกน้องๆได้ดีกว่า ไม่ใช่จะสักแต่สั่งๆแต่ตัวเองก็ทำไม่ได้ (อันนี้เดาว่าไอ่น้องมันคงจะคิดแบบนี้)

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าผมเองนั้นเคยเล่น Adwords แค่ผ่านๆครับ เคยใช้กับธุรกิจของที่บ้านมาบ้าง สำหรับที่บริษัทก็จะเป็นคนคอยไกด์ให้น้องๆทำซะมากกว่า ดังนั้นอะไรที่ลึกๆมากผมก็ไม่รู้หมดหรอก แต่ก็เอาละลองดู .. อันดับแรกเลยครับไอ่ GAP เนี่ยมันมี 2 ระดับคือแบบส่วนบุคคลหรือ Qualified Individual กับแบบองค์กรหรือ Qualified Company ที่ผมสอบคือแบบแรกครับ

จะสอบ GAPแบบ Individual ได้เนี่ยคุณจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ Google เขากำหนดมาก่อนนั่นก็คือ

  1. มีบัญชี Adwords และต้องบริหารบัญชี Adwords อย่างน้อย1บัญชีใน My Client Center (MCC) มาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า90วัน
  2. ต้องบริหารงบโฆษณาบน Adwords มาไม่น้อยกว่า 1,000เหรียญ (US) ในระยะเวลา 90วัน
  3. ต้องสอบ GAP ผ่าน ค่าสอบ 50เหรียญ(US)

Google Adwords Professional Read the rest of this entry

Spific.com อีกหนึ่งไอเดียหาตังก์จาก Google

Spific.com อีกหนึ่งไอเดียหาตังก์จาก Google

ในช่วงปีที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบค้นหาหรือที่เรียกกันว่า search engine และก็ได้ตามดูและศึกษาเว็บไซต์ที่เป็นเสิร์ชอยู่หลายตัวทั้งในประเทศและต่างประเทศครับ ทุกๆเจ้าล้วนตื่นตัวและอยากจะรวยตาม Google กันเพราะเห็นแล้วว่าเป็นโมเดลที่successเป็นอย่างมาก จะว่าไปไอ้เจ้าโฆษณา Adword ที่Googleทำแล้วประสปผลสำเร็จเป็นอย่างมากนั้น ดูไม่ต่างอะไรกันกับโฆษณาบนสุดหน้าเหลืองในยุคก่อนเลยนะจะว่าไป ในสมุดโทรศัพท์มีข้อมูลอยู่เยอะแยะ แต่จะมีอยู่บางข้อมูลที่โดดเด่นขึ้นมา เช่นมีกล่องล้อมรอบ ตัวหนังสือหนา มีรูปประกอบอะไรสารพัด… จริงๆนวัตกรรมเหล่านี้มีมานานแล้วในโลกออฟไลน์ แต่พวกท่านเหล่านั้นตื่นตัวช้าไปในโลกออนไลน์

มาเข้าเรื่องดีกว่า วันนี้ในขณะที่กำลังตามmonitorพวกsearch engineอยู่ตามปรกติที่ทำทุกวันก็ได้ไปเจอเว็บหนึ่งเข้า ดูแล้วมันก็เป็นเว็บหนึ่งที่นำเอาระบบค้นหาของGoogleมาใช้เหมือนเว็บอื่นๆทั่วไป แต่พอเล่นไปๆ แล้วกลับชอบครับ ชอบที่เขาให้บริการค้นหาบนGoogleแบบระบุเวลาได้ด้วย นั่นหมายความว่า ถ้าคุณอยากหาว่า ภายใน24ชั่วโมงที่ผ่านมามีเว็บอะไรที่มีีupdateเกี่ยวกับkeywordที่คุณระบุ คุณสามารถทำได้ในเว็บนี้ www.Spific.com

spific.com Read the rest of this entry

SEO แบบนี้ไม่ควรทำ

SEO แบบนี้ไม่ควรทำ

จริงๆก็ไม่ได้เป็น expert ทางด้าน SEO หรือ Search engine optimization สักเท่าไหร่ ก็ศึกษาไว้บ้างครับ เรียนไปรู้มาก็เลยอยากมาแบ่งปันกันบ้างว่า ไอ้ที่ทำเว็บกันมานั้น มันมีอะไรที่ไม่ควรจะทำบ้าง ถ้าต้องการให้การทำ SEO ประสปผลสำเร็จ ซึ่งก็คือเว็บของคุณขึ้นอันดับที่ดีในคำค้นหาหรือ keyword ที่คุณต้องการบนเสิร์ชเอ็นจิ้นต่างๆ อย่าต่างๆเลย ก็กูเกิ้ลนั่นแหละที่คนส่วนมากอยากขึ้นกัน..  มาดูกันเลย Read the rest of this entry

วางแผนต้องเห็นภาพ

วางแผนต้องเห็นภาพ

วันนี้ขณะที่กำลังประชุมกับน้องๆทีม Online Marketing เพื่อถามความคืบหน้าเกี่ยวกับแผนการตลาดของเว็บไซต์ที่แต่ละคนดูแลอยู่สำหรับไตรมาสนี้ ได้สังเกตุเห็นว่าน้องๆนักการตลาดรุ่นใหม่ๆนี้ไอเดียค่อนข้างเยอะ มีทั้งที่เจ๋งและจอดปะปนกันไป แต่ที่รู้สึกว่าขาดไปและจำำหรับผมในฐานะคนที่จะต้องบริหารและจัดการในองค์รวมก็คือ การวางแผนที่ดี น้องๆเหล่านี้ไอเดียบรรเจิดมาก แต่ทุกอย่างลอยฟุ้งอยู่ในมหาสมุทรแห่งความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคน (คำเท่ห์มากมาย) ผมเลยได้โอกาสแนะนำน้องๆเหล่านี้ถึงวิธีการวางแผนที่ดี เพื่อที่จะได้นำไอเดียเจ๋งๆเหล่านั้นมาคัดกรอง และนำไปใช้ให้ตรงประเด็น และเกิดผลจริง.. เลยอยากจะนำคำแนะนำนี้มาบันทึกไว้ด้วยเผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆต่อไป Read the rest of this entry

วิธีทำให้ PayPal ส่งค่าที่ต้องการกลับมา Shopping cart ของเรา

วิธีทำให้ PayPal ส่งค่าที่ต้องการกลับมา Shopping cart ของเรา

สำหรับนักพัฒนาเว็บไซต์ e-commerce คงจะมีไม่น้อยที่เคยมีประสปการณ์จะต้องเชื่อมต่อโปรแกรม shopping cart ของตัวเองเข้ากับระบบชำระเงินของ PayPal ถ้าเป็น shopping cart แบบสำเร็จรูปเช่นพวก osCommerce ก็จะค่อนข้างง่ายและไม่ซับซ้อนมากเท่าไหร่ในการเชื่อมต่อ แต่ถ้าในกรณีที่เป็นโปรแกรม shopping cart ที่พัฒนาเขียนขึ้นเองละ ตรงนี้ผมพอมีประสปการณ์เล็กๆน้อยครับ ส่วนมากก็ไม่ค่อยจะมีปัญหามากเท่าไหร่ ส่วนมากก็จะทำงานไปตามขั้นตอนคือเราส่งค่าต่างๆที่ PayPal กำหนดไปยังเว็บไซต์ของเขา ลูกค้ากรอกข้อมูลบัตรเครดิต ฯลฯ เมื่อจ่ายเงินเสร็จก็จะมีปุ่มให้คลิ๊กกลับมาที่เว็บไซต์ของเรา ซึ่งถ้าเป็นแบบธรรมดาๆก็จะกลับมาตรงๆเลย จริงอยู่เราสามารถระบุ URL ปลายทางสำหรับปุ่มกดกลับมานั้นได้ แต่ว่าจากประสปการณ์ผมมักจะเจอปัญหากับ URL ที่ส่งค่า variable ยาวๆ โดยเฉพาะประเภทที่ไม่ได้ encodeURL ด้วย 

สำหรับ solution นั้นก็ง่ายๆครับ แต่ก่อนอื่นขอบอกว่านี่ไม่ใช่ทางออกทางเดียว เป็นแค่ทางหนึ่ง (option) ที่ลองแล้วใช้ได้ผลดี จริงๆแล้วมีอีกหลายทางมากที่ PayPal เตรียมไว้ให้ ยังไงก็ลองศึกษาจากคู่มือที่ดาว์นโหลดได้จากเว็บ PayPal หน้า Website Payments Standard นะครับ https://www.paypal.com/us/cgi-bin/webscr?cmd=_wp-standard-overview-outside 

เอาละมาลองกันเลย เริ่มต้นเวลาจะส่งค่าต่างๆเข้า PayPal ก็มักจะมีตัวแปรต่างๆที่จำเป็นดังนี้ 

<form action=”https://www.paypal.com/cgi-bin/webscr” method=”post”> 
<input type=”hidden” name=”cmd” value=”_ext-enter”> 
<input type=”hidden” name=”redirect_cmd” value=”_xclick”> 
<input type=”hidden” name=”business” value=”youremail@yourdomain.com”> 
<input type=”hidden” name=”item_name” value=”Your_item_name”> 
<input type=”hidden” name=”upload” value=”1″> 
<input type=”hidden” name=”amount” value=” 2.00″> 
<input type=”hidden” name=”return” value=”http://www.yourdomain.com/file.htm”> 
<input type=”hidden” name=”cancel_return” value=”http://www.yourdomain.com”> 
<input type=”image” src=”imgs/x-click-but6.gif”> 
</form> 

ซึ่งค่าแค่นี้ก็สามารถทำให้ Shopping cart ของคุณส่งค่าไป PayPal เพื่อทำการชำระเงินได้ แต่เวลาย้อนกลับมาก็จะมาเข้า URL ที่ระบุไว้ใน “return” และไม่มีค่าใดๆอื่นอีกถูกส่งกลับมาเพื่อเช็คความถูกต้องเลย จริงอยู่คุณอาจจะสามารถเช็คจาก session หรือ cookie ของ user คนนั้นได้ แต่ว่าใครจะไปรู้ user อาจจะจ่ายเงินนานไปจน session expire ก่อนที่จะวกกลับมาที่เว็บคุณก็ได้ ดังนั้นทางที่ผมลองทำดูก็คือเพิ่มการส่งค่าที่ชื่อ “invoice” และ “rm” ลงไปในชุดคำสั่งด้านบนด้วย ดังนี้ 

<input type=”hidden” name=”invoice” value=”invoice_number”> 
<input type=”hidden” name=”rm” value=”2″> 

สำหรับ invoice ก็ให้ใส่เลขรหัสการสั่งซื้อลงไป และ rm ซึ่งก็คือ return method ถ้าระบุ 2 ก็จะเป็นการสั่งให้ PayPal ส่งค่าที่จำเป็นๆหลายอย่างกลับมากับปุ่มที่กดกลับมาเว็บไซต์เราด้วย โดยเป็นการส่งวิธี POST ค่าที่ PayPal ส่งกลับมามีเยอะมาก คุณสามารถเลือกใช้เอาได้เลย ยกตัวอย่างเช่น 

<input type=”hidden” id=”" name=”payer_status” value=”verified”> 
<input type=”hidden” id=”" name=”verify_sign” value=”Code_from_verisign”> 
<input type=”hidden” id=”" name=”payment_status” value=”Completed”> 

ทั้งสามค่านี้ก็เป็นตัวยืนยันว่าลูกค้าได้ทำการจ่ายเงินผ่านเสร็จสมบูรณ์แล้ว และค่าที่ผมใช้ก็คือ invoice จะถูก return กลับมาด้วย แหล่มเลย ก็เช็คเอาจาก invoice_number นี่แหละ 
<input type=”hidden” id=”" name=”invoice value=”invoice_number”>

หรือใครอยากเขียนโปรแกรมขั้นเทพเจ้าขึ้นไปอีกก็คำนวน fee ของ PayPal ทำเป็นโปรแกรมวิเคราะห์ทางบัญชีไปเลยก็ได้นะเพราะเขาส่งค่า fee ของ transaction นี้มาด้วย 

<input type=”hidden” id=”" name=”mc_fee” value=”x.xx”> 
<input type=”hidden” id=”" name=”payment_fee” value=”x.xx”> 
 

อ้อ อีกอันที่ผมใช้คือเวลาเช็กว่าได้ถูกคลิ๊กมาจาก PayPal จริงหรือเปล่าคือผมจะเช็กชื่อของ submit button ด้วย บวกกับเช็ก Http Referer ด้วย 

<input type=”submit” id=”merchantReturn” name=”merchant_return_link” value=”Return to Our Store”>

ขอบพระคุณที่ทนอ่าน หวังว่าคงนำไปใช้ประโยชน์กันได้ สบายดี 

*หมายเหตุ* 
1.ตัวแปร rm นั้นเวลาใช้จะต้องใช้คู่กับตัวแปร return 
2.ค่าของตัวแปร rm มีสามอย่างคือ 
-0 เป็นการระบุให้ใช้วิธี GET ไม่ค่อยมีค่าที่จำเป็นส่งกลับคืนมา 
-1 เป็นการระบุให้ใช้วิธี POST ไม่ค่อยมีค่าที่จำเป็นส่งกลับคืนมา 
-2 เป็นการระบุให้ใช้วิธี POST มีค่าจำเป็นส่งกลับมาเยอะมาก 
—————————————-