[บทความนี้แต่งขึ้นเมื่อ Aug,2001 โดย Rittichart S.]

งานพัฒนาสื่อบนอินเตอร์เนตโดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยงข้องกับ www นั้งคงจะปฎิเสธไม่ได้ว่าได้พัฒนามาตลอดอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลา 5-6 ปีที่ผ่านมา จากที่เป็นการพัฒนาแบบ File base หรือการทำเว็บแบบ static แบบง่ายๆ เน้นการให้ข้อมูล เป็นสำคัญ มีการทำ Interactive กับผู้ใช้บ้างเล็กน้อยเช่นแบบฟอร์มสำหรับติดต่อ หรือกระดานข่าวมาจนถึงปัจจุบันที่การใช้สื่อบนอินเตอร์เนตนั้นเป็นมากกว่าแค่การนำเอาโบรชัวร์ของบริษัทขึ้นไปไว้บนเว็บแต่เป็นการมองสื่อนี้เป็นเสมือนช่องทางๆการตลาดทางหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการทำธุรกรรมแบบออนไลน์ และเป็นตัวกลางในการการปรับเปลี่ยนระบบการบริหารจัดการต่างๆในองค์กร หรือเรียกโดยรวมๆแบบทันสมัยว่า e-business นั่นเอง เทคโนโลยีต่างๆที่ใช้ในการพัฒนาเว็บนั้นได้ถูกเข็นออกมาจากหลายบริษัทหลายค่าย บางเทคโนโลยีก็ได้ตายไปแล้วก็มีเช่น HtmlScript ที่เปิดตัวออกมาเมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้วแต่ไม่ประสปความสำเร็จ จนได้ผันตัวเองมาเป็นผู้ผลิตซอฟ์ทแวร์เกี่ยวกับระบบ e-commerce ที่ชื่อ Miva แทน หรือจะเป็นปู่เฒ่าของวงการอย่าง Perl ที่อยู่คงทนถาวรมานานแสนนาน อย่างไรก็ตาม การที่เราจะตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาและจัดตั้งเว็บไซต์สำหรับองค์กรขนาดใหญ่นั้น จำเป็นที่เราควรจะต้องคำนึงถึงส่วนประกอบหลายอย่าง

1. Corporate Technology Culture สิ่งที่สำคัญอันดับต้นๆของการเลือกใช้เทคโนโลยีเพื่องานพัฒนาเว็บไซต์นั้นคือ การศึกษาระบบปัจจุบันขององค์กรที่ใช้กันอยู่แล้วภายใน บางองค์กรโดยเฉพาะองค์กรข้ามชาติมักจะมี policy ในเรื่องเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีต่างๆอยู่แล้ว เช่นธนาคารหรือสถาบันการเงินหลายแห่งมักจะใช้เครื่องและระบบปฎิบัติการของ IBM เป็น Server หลัก หรือเป็น Data Center ขององค์กร เมื่อเรารู้ดังนี้ก็อาจจะเป็นการดีที่เราจะโอนเอียงไปทาง Java Technology จำพวก JSP หรือ Servlet ในการเสนองาน web development ให้กับลูกค้าประเภทนี้เป็นต้น

2. Find existing sample สิ่งที่ควรจะทำอย่างยิ่งสำหรับการนำเสนองาน web development สำหรับองค์กรข้ามชาติทั้งหลาย คือการศึกษาตัวอย่างจากสิ่งที่เขาเคยทำมาแล้วที่บริษัทแม่ หรือสาขาที่อยู่ ณ ประเทศต่างๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณกำลังจะไปนำเสนองานพัฒนาเว็บไซต์กับห้าง CarreFour ในประเทศไทย สิ่งหนึ่งที่สามารถทำได้คือดูตัวอย่างจากเว็บไซต์ของบริษัทแม่ http://www.carrefour.com ดูว่าเขาใช้ OS อะไร มี Scripting อะไร หรือใช้เทคโนโลยีตัวไหนอยู่บ้าง เพื่อเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยในการตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีที่จะนำเสนอ

3. Statistics is King อีกทางหนึ่งที่นิยมใช้กันมากคือการตัดสินใจจากการดูข้อมูลและสถิติต่างๆ มีหลายๆเว็บไซต์ที่ทำการออกสำรวจ รวมไปถึง monitor ดูว่า web server อะไรที่มีคนใช้มากที่สุด ระบบปฎิบัติการอะไรที่คนนิยมนำมาใช้มากที่สุดสำหรับการตั้งเว็บไซต์ รวมไปถึงภาษาอะไรดี ไม่ดียังไง ถูกใช้มากแค่ไหน เป็นต้น สิ่งที่ควรระวังสำหรับการใช้สถิติคือ ต้องแน่ใจว่ามาจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และไม่แน่เสมอไปว่าสิ่งที่ขึ้นอันดับหนึ่งของผลสำรวจนั้นจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเสมอไป

 
Web Server Survey From Netcraft

4. Benchmarks is Queen Benchmark คือข้อมูลของการทดสอบระบบหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากหลายๆค่าย บนอินเตอร์เนตนั้นมีหลายสำนัก ที่ตั้งตัวเป็นจอมทดสอบเหล่านี้ ตัวอย่างเช่นเว็บไซต์ดังๆอย่าง Cnet หรือ องค์กรไม่แสวงผลกำไรอย่าง Transaction Processing Performance Council ก็มีบริการข้อมูลเหล่านี้อยู่มากมาย แต่ข้อเสียของการ Benchmark ก็มีคือ ผลิตภัณฑ์ที่ถูกนำมาทำการทดสอบนั้น มักจะถูกผ่านการ Tune-up จากบริษัทผู้ผลิตมาแล้ว ฉนั้นผลที่ได้ออกมาอาจจะไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันที่วางขายทั่วไปได้มากนัก


Transactional Web E-Commerce Benchmark from TPC

5. Budget งบประมาณก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญเวลาที่เราจะเลือกเทคโนโลยีขึ้นมาสักตัวหนึ่ง โดยเฉพาะเทคโนโลยีในการพัฒนาเว็บไซต์นั้น มีมากมาย และหลากหลาย ตั้งแต่ ของดีไม่ฟรี ไปจนถึง ทั้งดีและทั้งฟรี แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ไม่ใช่ว่า ของฟรีจะดีเสมอไปสำหรับทุกงานหรือลูกค้าทุกประเภท

6. Service and Support เทคโนโลยีที่ฟรีและใช้กันแพร่หลายอย่าง PHP หรือ Linux นั้น ใครจะรู้บ้างว่าขาดคุณสมบัติเรื่องการ support อย่างรุนแรง ตัวอย่างเช่นการนำเสนอ PHP ให้กับลูกค้าที่ต้องการโอนย้ายการทำธุรกรรมทุกอย่างของบริษัทมาไว้บนเว็บไซต์ ซึ่งระบบจะเกิดข้อผิดพลาดไม่ได้หรือเกิดได้น้อยที่สุด เพราะทุกวินาทีที่เว็บไซต์ใช้การไม่ได้ นั่นหมายถึงโอกาสของการสูญเสียรายได้ของบริษัท แล้วจะทำอย่างไรถ้าวันหนึ่งระบบหลักของ PHP เกิดเสียขึ้นมา โดยไม่มีส่วนใดเลยที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมที่คุณพัฒนาขึ้นเลยแม้แต่น้อย โดยที่ทาง PHP.net ไม่มีการ Support อะไรไปมากมายไปกว่าเอกสารต่างๆ หรือ การถามตอบกันเองในกระดานข่าวของเหล่าบรรดา User Groups และออกจะบ่อยครั้งที่หลายๆปัญหาของคุณมักจะไม่ได้รับการตอบแบบทันใจทันเวลา หรือปัญหาของคุณไปตกอยู่ในหมวดหมู่ที่ว่า “ปัญหาของยูหน่ะ อยู่นอกขอบเขตไปแล้ว กรุณาติดต่อ Administrator ของยูโดยด่วน” แล้วสิ่งเดียวที่คุณจะต้องตะโกนออกมาดังๆก็คือ “ไอนี่แหละโว้ย Administrator” หรือ “shipหายแล้วku” ทำนองนั้น

ฉนั้นการวางแผนงานเรื่องการ support ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับการตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีใดๆก็ตาม ทั้ง6ข้อที่ผ่านมานั้นคงพอที่จะช่วยให้การเริ่มต้นการตัดสินใจเลือกใช้ Technology สำหรับงา่นพัฒนาเว็บไซต์ในระดับ Enterprise นั้นง่ายขึ้นไม่มากก็น้อย

Advertisements