Tips from real world experience

Category Archives: Inspiration


เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2555 ผมตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยอาการปวดหัวอย่างรุนแรง คล้ายๆหัวจะระเบิด แต่ก็ยังมีสติรู้ตัวอยู่ พยายามเดินไปดื่มน้ำและล้างหน้าให้สดชื่น แต่อาการปวดก็ไม่หายไปไหน พยายามล้มตัวลงไปนอนต่อแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถจะหลับได้เลยเพราะอาการปวดมันรุนแรงขึ้น จึงตัดสินใจปลุกภรรยาแล้วบอกเธอว่าจะขับรถไปโรงพยาบาล เวลาตอนนั้นประมาณตี1 แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไปเพราะภรรยาท้วงว่าไปตอนนี้ก็ไม่มีหมอเฉพาะทางอยู่ดี.. สุดท้ายไม่รู้จะทำอย่างไรจึงรออยู่จนเช้าถึงขับรถไปโรงพยาบาล โดยที่ผมยังสามารถขับรถได้เองเป็นปกติ จะมีก็แต่อาการอ่อนเพลียที่เพิ่มมากขึ้น ผมคิดเอาเองว่ามันคงจะเกิดขึ้นจากการอดนอน อ่านเพิ่มเติม

Advertisements


3คำสำหรับคนเราที่ต้องตอบตัวเองให้ได้ในทุกๆวันคือ

  1. จะทำอะไร
  2. จะทำอย่างไร
  3. จะทำกับใคร

ถ้ามีวันไหนที่เราไม่สามารถตอบทุกๆคำถามนี้ได้นั่นหมายความว่าเรากำลังว่างงานครับ ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณเองแล้วว่าการว่างงานคือสิ่งที่คุณต้องการสำหรับวันนั้นๆหรือไม่

Happy Everydayครับ

..มาตยา



มารในใจคือเสียงในตัวเราที่คอยชักนำเราไปในทางที่ผิด เช่นงานเครียดจังขอพักผ่อนกินเหล้ากับเพื่อนฝูงซักหน่อย หรือเมียขี้บ่นน่าเบื่อสุดๆไปลงอ่างแก้เครียดดีกว่า หรือเรื่องที่เกิดขึ้นง่ายกว่านั้นอย่างการแชร์หรือแสดงความเห็นในเชิงลบบนโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆเช่นด่าควายแดง,ด่าแมลงสาป,กล่าวหาพวกล้มเจ้า ฯลฯ ก่อให้เกิดการเกลียดชังซึ่งกันและกัน

มารในใจบางคนเสียงดังบางคนก็เบาๆ เปรียบเปรยไปก็เหมือนโรคเรื้อรัง ในวันที่เราอ่อนแอโรคก็จะทำให้เราป่วย แต่ในวันที่เราแข็งแรงเชื้อโรคนี้ก็จะซ่อนตัวอยู่อย่างใจเย็น รอวันที่เราจะอ่อนแรงอีกครั้ง

จะเห็นว่ามารในใจนั้นไม่เคยหายไปไหน ทางเดียวที่เราจะหลุดพ้นจากมันจึงไม่ใช่การหาทางกำจัดแต่เป็นการทำให้ตัวเราแข็งแรงอยู่เสมอต่างหาก ซึ่งสิ่งที่ว่านี้ก็คือการมีสติรู้ตัวอยู่ตลอด เช่นนี้แล..มารในใจก็จะถูกขังและไม่อาจออกมาแผลงฤทธิได้

..มาตยา



ปลายปีที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปเมืองท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง สิ่งที่สังเกตุเห็นคือถนนแทบทุกสายจะมีร้านให้เช่ารถยนต์และมอเตอร์ไซค์ และผู้ที่มาเช่าส่วนมากน่าจะเป็นนักท่องเที่ยว และฤดูท่องเที่ยวมันก็ไม่ใช่ทั้งปี แต่ทำไมร้านเช่าจึงมีกันกลาดเกลื่อนขนาดนี้ ด้วยความสงสัย ประกอบกับเบื่อๆตลาดหุ้น ก็เลยลองตั้งโจทย์ว่า ถ้าใช้เงินเท่าๆกัน จะลงทุนอะไรดีที่เมืองนี้

อ่านเพิ่มเติม



VDOอันนี้ทำให้ผมมีกำลังใจที่จะยังมีครัทราในความรักอยู่ อยากเอามาแชร์บน blog ให้คนอื่นที่อาจจะกำลังท้อหรือหมดหวังในชีวิตคู่หรือครอบครัวได้มีกำลังใจมากขึ้นครับ สู้ๆนะเรื่องแบบนี้มันหนังยาว 🙂



  • ธุรกิจที่ยอดขายต่ำกว่า 1พันล้านบาทมีความเสี่ยงมาก เพราะจะมีเม็ดเงินไม่พอสำหรับแก้ตัวเมื่อเกิดข้อผิดพลาดใหญ่ๆ
  • เวลาเจรจาธุรกิจกับใคร ให้พยายามหาให้ได้ว่าเขาต้องการอะไร ถ้าเราให้ได้ก็ถือว่าการเจรจานั้นประสปความสำเร็จ
  • เมื่อลูกน้องทำพลาด หัวหน้าจะหนีความรับผิดชอบไม่ได้
  • ความผิดพลาดซ้ำๆกันที่เกิดจากการใช้กลยุทธแบบเดิมๆ แก้ได้ด้วยการเปลี่ยนผู้บริหาร .. (อันนี้แอบแรงส์)
  • เม็ดเงินสำหรับทำการตลาดที่เหมาะสมอยู่ที่ 10%ของยอดขาย / แต่ไม่ใช่สำหรับสินค้าใหม่ ต้องอัดงบมากกว่านี้
  • ควรเตรียมเงินสำหรับเกษียณไม่ต่ำกว่า 100ล้านบาท จะทำให้มีเงินใช้ได้ประมาณละหมื่นซึ่งคงจะพอให้มีความสุขหลังเกษียณได้ และชีวิตการเป็นลูกจ้างอย่างเดียวคงไม่สามารถทำเงินก้อนนี้ได้


Blog นี้เขียนแบบคนไม่รู้ ไม่เข้าใจวิชาการการเกษตร ไม่รู้เรื่องเขตการค้าเสรีและผลกระทบอะไรทั้งสิ้น แต่เขียนขึ้นมาจากสิ่งที่สะท้อนมาจากชีวิตประจำวันครับ วันนี้ได้มีโอกาสไปเดินเลือกซื้อผักในซุปเปอร์มาร์เก็ตหรูแห่งหนึ่ง ซึ่งโดยส่วนมากมักจะซื้อผักตามตลาดสดมากกว่า และก็อย่างที่เห็นๆกัน ในตลาดสดมันไม่ได้มีป้ายบอกว่าผักนี้มันมีที่มาอย่างไร ก็ได้แต่หยิบๆเลือกๆใส่ตะกร้าคิดเงินใส่ถุงหิ้วกลับบ้าน ..

ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตสินค้าแต่ละชนิดมันจะมีฉลากบอกใช่ไหมครับ ว่ามันคืออะไร มีที่มาจากไหน สรรพคุณอย่างไร บลาๆๆ ก็วันนี้ไปเดินหาผักชีต้นหอม เดินไปที่แผนกผักสดเจอต้นหอมอยู่หลายถุง พลิกดูป้ายก็ตกใจเพราะเขียนว่าต้นหอมไทย แพคละ 29บาท ปรกติแค่นี้ซื้อตลาดก็ประมาณไม่เกิน 5-10บาทแน่นอน ก็ได้แต่นึกไปว่า เอาวะ ซุปเปอร์มาร์เก็ตหรูราคามันก็แบบนี้แหละ ก็เลยหยิบมา1ถุง แต่พอดูไปเรื่อยๆเจอกองต้นหอมแพคอีก หน้าตารูปร่างแพคเกจจิ้งไม่ต่างกันแต่ติดป้าย ต้นหอมจีน แพคละ12บาท …

อารมณ์ตอนนั้นมันคิดย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนตอนที่ยังชอบทำกับข้าวเองบ่อยๆ ตอนนั้นจำได้อยู่ดีๆในตลาดก็หากระเทียมแบบกลีบเล็กๆที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆไม่ได้ มีแต่หัวใหญ่ๆ เคยสงสัยเลยถามแม่ค้าๆก็บอกว่า กลีบเล็กๆเป็นกระเทียมไทย หายากแล้วและก็แพง ที่เห็นกลีบใหญ่ๆนั่นนำเข้ามาจากจีน แต่แม่ค้าบอกว่ากลิ่นหอมฉุนสู้ของไทยไม่ได้หรอก … ด้วยความสงสัยก็เลยหามาเทียบกันจนได้และผลที่ได้คือ มันไม่เห็นจะต่างกันทั้งกลิ่นและรสชาด ที่ต่างคือของจีนจะแกะง่ายกว่าสะดวกดีด้วยซ้ำ

ต้นหอมไทยกลายเป็นของแพง ต้นหอมจีนถูกกว่า ไอ้เราก็ยังพยายามนึกในแง่ดี ของเรามันคงมีอะไรดีกว่าถึงกล้าขายแพงกว่าเขา ยืนพลิกๆดูทั้งสองแพคของไทยกับของจีน ไม่มีอะไรต่างกันสักนิดเดียว ของไทยจะเป็นแบบปลอดสารหรือก็ไม่ใช่ … แพคเกจจิ้งจะพรีเมี่ยมหรือก็ไม่ใช่ จริงอยู่ที่ perception ของคนส่วนมากจะคิดว่าของจีนนี่มันคุณภาพต่ำ แต่จะว่าไปของไทยก็ไม่ได้มีชื่อเสียงว่าคุณภาพสูงสักเท่าไหร่หรอกนะ ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกเป็นห่วงอนาคตของสินค้าเกษตรไทยจริงๆครับ จริงๆแล้วต้นหอมผักชี หรือผักต่างๆที่เราซื้อกินกันจากตลาดสดทุกวันนี้มันอาจจะมาจากจีนเกือบทั้งนั้นแล้วก็ได้นะ ก็เพราะที่ตลาดสดมันไม่มีป้ายบอกไง…

ในขณะที่เรามัวแต่แก้ปัญหาม้อปเกษตรกรกันทุกปีๆ นโยบายประกันราคาพืชผล เอาภาษีจากชนชั้นกลางไปอุ้ม แล้วก็ไปขายให้ผู้ส่งออกรายใหญ่ในราคาโคตรถูก มีการวาดฝันกันสวยหรูว่าเมืองไทยจะเป็นแหล่งผลิตอาหารโลก ฯลฯ .. เวลาที่เรามัวงมโข่งวนไปวนมาอยู่นี้ คนอื่นเขาไปไกลขนาดไหนแล้ว ลองคิดดูละกันว่ามันมาถึงต้นหอมกูแล้ว ใครจะไปรู้ถ้าขืนยังไม่มีกลยุทธแก้ไขเป็นรูปธรรม ต่อไปเราอาจจะต้องซื้อข้าวเวียตนามกินก็ได้นะ



%d bloggers like this: