เว็บท่า


[บทความแต่งขึ้นเมื่อ Jul,2005 โดย Rittichart S.]

คำว่า PORTAL WEBSITE (พอร์ทัล หรือ พอร์ทอล) หรือ “เว็บท่า” นั้นผู้เขียนคาดว่าคงจะเป็นที่รู้จักกันมานานแล้วสำหรับบรรดาผู้ใช้อินเตอร์เนต โดยเฉพาะในยุคที่ดอทคอมเบ่งบานแรกๆ ในเมืองไทยเมื่อราวๆปี 1998 – 2000 ในยุคนั้น บรรดาเว็บไซต์ ทั้งน้อยใหญ่ ต่างกระโจนกันเข้ามาในยุทธจักร PORTAL ไม่ว่าจะเป็น Sanook.com, Hunsa.com, Siam2You.com หรือ Lemononline.com บ้างก็เจริญเติบโต บ้างก็ล้มหายตายจาก ซึ่งก็เป็นไปตาม life cycle ของทุกๆสิ่งไม่เว้นแม้แต่วงการอินเตอร์เนต และไอที

 

ปัจจุบันนี้ผู้เขียนเห็นว่า มีผู้สนใจที่จะเข้ามาทำเว็บท่าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากขึ้นกว่าในยุคแรกๆ จึงเป็นที่มาของบทความนี้ ที่ต้องการที่จะ ให้ข้อมูลพื้นฐานของเว็บท่า แต่คงจะไม่ลงลึกถึงวิธีการทำเว็บท่าว่าทำอย่างไร จึงจะประสปความสำเร็จ เพราะผู้เขียนเองมีทัศนะว่า การที่จะทำเว็บไซต์ให้ประสปความสำเร็จนั้น มีองค์ประกอบหลายอย่างมากมายตั้งแต่สาธารณูประโภคทางไอที ไปจนถึงเทคนิคทางการตลาดต่างๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต่างก็ต้องมีจุดเริ่มต้น มาจากการวางจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนีเป็นพื้นฐาน อีกทั้งยังต้องการความยืดหยุ่น (flexibility) ในการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างสูง

 

ผู้เขียนเองมีความเชื่อส่วนตัวว่าในยุคนี้ (21st century) ซึ่งเป็นยุคที่มีการแข่งขันสูงมาก และมีผู้เล่นรายใหญ่ๆอยู่แล้วเต็มตลาด โมเดลของการทำธุรกิจบนอินเตอร์เนตนั้นได้ถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ อยู่สามกลุ่ม ได้แก่กลุ่มของผู้ผลิตหรือ Producers เช่นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อย่างโตโยต้า บริษัทให้บริการข้อมูลอย่าง Forrester หรือธุรกิจให้บริการอย่าง การบินไทย, กลุ่มที่สองคือกลุ่มของผู้จัดจำหน่ายเฉพาะด้านหรือ Focused Distributors เช่นร้านค้าปลีกออนไลน์อย่าง Amazon.com ตลาดกลางแลกเปลี่ยนสินค้าอย่าง Ebay.com, และกลุ่มของPORTAL เช่น Yahoo.com หรือ WebMD.com ซึ่งในบทความนี้จะขอกล่าวถึงแต่กลุ่ม PORTAL เพียงอย่างเดียว ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มหลักๆอยู่สามกลุ่ม อันได้แก่

 

HORIZONTAL PORTAL 

คือลักษณะของเว็บท่าที่เป็นเหมือนกับประตูทางผ่านไปสู่สิ่งๆต่างๆที่ค่อนข้างจะหลากหลาย โดยที่เนื้อหาที่มีนั้น มักจะไม่ใช่เนื้อหาในเชิงลึก ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่มีเนื้อหามากมายทั้งหาเพื่อน หางาน ข่าวสารต่างๆทั้งบันเทิงกีฬาฯลฯ ถ้าเปรียบเป็นห้างสรรพสินค้าก็คงจะเป็น ห้างเซ็นทรัล มีทุกสิ่งให้เลือกสรร ตัวอย่างของเว็บท่าประเภทนี้คือ Yahoo.com หรือเว็บท่าของไทยอย่าง Sanook.com หรือ Siam2You.com 

 

VERTICAL PORTAL หรือเรียกอีกอย่างว่า VORTAL 

VORTAL คือเว็บท่าประเภทที่เป็นเหมือนประตูไปสู่เรื่องราวเฉพาะทาง เช่นเว็บเรื่องสุขภาพ, เว็บหางาน, เว็บเกี่ยวกับรถยนต์, เรื่องที่อยู่อาศัย หรือสินค้าและบริการอื่นๆ ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพก็คงจะเหมือนกับพันธ์ทิพพลาซ่าที่ทั้งห้างขายแต่สินค้าที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างเช่นเว็บไซต์ Fool.com ซึ่งเป็นเว็บท่าสำหรับนักลงทุนโดยเฉพาะ 

 

AFFINITY PORTAL 

คือเว็บท่าที่นำเสนอเรื่องราวหรือบริการต่างๆสำหรับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดที่นักการตลาดออนไลน์ มีความเชื่อว่าจะสามารถพัฒนาให้เป็น Niche Market ได้ ซึ่งจริงๆแล้วจะคล้ายๆกับเป็น Community เฉพาะกลุ่มก็ว่าได้ ซึ่งภาพลักษณ์ของความเป็นชุมชนนี่เองที่เป็นหัวใจของ AFFINITY PORTAL ซึ่งในความเห็นของผมเอง เว็บไซต์ GAY.com นั้นน่าจะเป็นตัวอย่างของเว็บท่าประเภทนี้ที่ชัดเจนที่สุด

สำหรับเว็บไซต์ในเมืองไทยเองนั้น เราจะเห็นเว็บท่าในลักษณะของ HORIZONTAL PORTAL และ VORTAL ค่อนข้างเยอะ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนั้น HORIZONTAL PORTAL ก็คือการรวบรวมเอา VORTAL หลายๆชนิดเข้ามารวมกันนั่นเอง โดยการรวมเอามานั้น มีการใช้หลากหลายวิธีมากๆ ทั้งการซื้อข้อมูล การแชร์ข้อมูล ไปจนถึงการขโมยเนื้อหาเอามาลงใน PORTAL ตัวเองเอาซะดื้อๆงั้นแหละ ก็ว่ากันไปครับ ตามสไตล์ทำอะไรตามใจคือไทยแท้ แต่อย่างไรก็ดี ถ้าเกิดคิดจะทำ PORTAL หรือเว็บไซต์อะไรก็ตามนะครับ ถ้าจะทำเป็นธุรกิจ (หมายถึงไม่ได้ทำเล่นๆ ส่วนตัว เอามันส์) ก็อย่าลืมคิดถึงแหล่งที่มาของรายได้ (Revenue Model) ไว้ให้เป็นหลักเลยนะครับ ว่าทำแล้วรายได้มันจะมาจากทางไหน อย่างไร จะขายโฆษณา ขายผ้าเอาหน้ารอด หรือขายหน้าเอาผ้ารอด อย่างไรก็ว่ากันปายยย…

New Business Landscape


[article by Rittichart S. since Sep,2003]

 

How Internet enhances value chai n?

Internet and e-commerce is possible to separate the physical goods from the information containing into it. As such, information can move very quickly ahead the physical product, help create a new level of transparency that enhance the whole value chai n.

 

Business model in 21 st century

  • Business that builds on Internet, business that leverage outside infrastructure and capabilities to create sustain value to customers and partners. For example, K-Bank that outsource all IT related including Internet banking to IBM.
  • Business that provides/operates shared infrastructures for other business to efficiently operate, business that become standard environment for other businesses. For example, SETTRADE.com provide standard application for stock brokerage firm who want to offer Internet-based stock trading to their customer.

 

Sample of business that built on Internet & shared infrastructure in Thaland.

Producer

  • Manager newspaper online (www.manager.co.th)
  • Seamico online stock trading (www.seamico.com)

Focused distributors

  • Pantavanij e-marketplace (www.pantavanij.com)
  • Silkspan Financial superstore (www.silkspan.com)

Portals

  • Sanook (www.sanook.com)
  • Food market exchange (www.foodmarketexchange.com)

 

Value Webs

The concept of “Value Webs” attempts to consolidate related “Value Chains” to identify specific opportunities to create meaningful value to customer. Once a value chai n is understood and able to extract value, which is mainly in cost cutting, which is rarely creating sustainable value. That doesn’t seem to be a real value creation but a shift of value up or down in the chai n. So, here come values webs comprise value chai ns, provide information as to where value may be found and liberate with the proper strategy.

Dawn of The New Economy


[article by Rittichart S. since Aug,2003]

Why the new computing and communication technology make boundary of organization become blur?

As technology become cheaper, it enhances company efficiency and effectiveness with ability to re-structuring existing value chai n to be multiple value chai ns. It is not about managing business for success but the managing of component, wherever it is, to help company to get to the goal.

 

What make information so important in the new economy?

The concept of “new economy” is simply “the effects of the new technologies on the current economy”. Such technology also called “The Information Technologies” including hardware, software, telecommunication system and Internet. The idea behind this is as simple as to manage data to create wisdom. At very first stage, those technologies had an effect on the increase of the productivity. So, company can produce more efficiently by using less labor force than before. Now the technologies have come very far to help business realize opportunities. Helping company make the right decision. An example would be the Customer relationship management system (CRM), such system that learns behavior of customer and able to point out exactly how the company should handle this particular customer.

 

Metcalfe’s Law?

Robert Metcalfe founded 3Com Corporation and designed the Ethernet protocol for computer networks. Metcalfe’s Law states that the usefulness, or utility, of a network equals the square of the number of users. New Technologies are valuable only if many people use them. Specifically, the usefulness, or utility, of a network equals the square of the number of users. The more people who use your software, your network, your standard, your game, or your book, the more valuable it becomes, and the more new users it will attract, increasing both its utility and the speed of its adoption by still more users.

 

This should explain how attractive of the Internet, a network of computers and a set of standards that makes it easy for computers to share data.

 

What can Technology do to create competitive advantage in the New Economy?

Technology only is not sustainable. Today newest technology, tomorrow it’s a trash. Technologies become cheaper and achievable everyday. Company’s competitive advantage build around technology will not last for long because anybody can have the same technology and can do the same cost saving, productivity and so on. The real source of competitive advantage that is sustainable come from the use of technology to create knowledge, the strategically use of information created by technology